ภาคตะวันตก

ภาคตะวันตก


                ภาคตะวันตก เป็นภูมิภาคหนึ่งของประเทศไทยในระบบการแบ่งแบบ 6 ภูมิภาคตามคณะกรรมการภูมิศาสตร์แห่งชาติ และเป็นภูมิภาคย่อยของภาคกลางของระบบการแบ่งแบบ 4 ภูมิภาค (ซึ่งรวมภาคตะวันออก และภาคตะวันตก) ภาคตะวันตกมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศพม่าทางทิศตะวันตก ติดต่อกับภาคเหนือทางทิศเหนือ ติดต่อกับภาคกลางทางทิศตะวันออก และติดต่อกับภาคใต้ทางทิศใต้ ภาคตะวันตกประกอบไปด้วยจังหวัดเพียง 5 จังหวัด แม้ว่าจะจัดรวมอยู่ในภาคตะวันตก แต่ในภูมิภาคนี้ยังมีความหลากหลาย ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ซึ่งแตกต่างกันค่อนข้างมาก 



การแบ่งเขตปกครอง

                    การแบ่งภูมิภาคตามราชบัณฑิตยสถาน แบ่งภาคตะวันตกประกอบไปด้วย 5 จังหวัดอย่างเป็นทางการ ตามตารางด้านล่าง นอกจากนี้ ยังมีการจัดแบ่งภูมิภาคตามคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นการแบ่งเพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติ และไม่เป็นทางการ ประกอบไปด้วยจังหวัดตามตาราง ยกเว้นจังหวัดตาก และมีจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงครามเพิ่มเข้ามา

อาชีพ

                    ประชาชนส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย มันสำปะหลัง อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือน อุตสาหกรรมหนัก กลาง เบา มีมากในจังหวัดราชบุรี โดยมีอำเภอบ้านโป่ง เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการพาณิชยกรรมในภาคตะวันตก

แม่น้ำที่สำคัญของภาคตะวันตก 

       - แม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำแควใหญ่กับแควน้อย ต้นน้ำอยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี ไหลลงทะเลที่จังหวัดสมุทรสงคราม
       - แม่น้ำแควใหญ่ หรือแม่น้ำศรีสวัสดิ์ มีต้นน้ำอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ไหลไปรวมกับแม่น้ำแควน้อย
       - แม่น้ำแควน้อย หรือแม่น้ำไทรโยค มีต้นน้ำอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ไหลไปรวมกับแม่น้ำแควใหญ่
       - แม่น้ำเมย เป็นพรมแดนกั้นเขตแดนไทย-พม่า ต้นน้ำอยู่ที่ประเทศพม่า ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ที่แม่ฮ่องสอน
       - แม่น้ำเพชรบุรี เกิดจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลผ่านจังหวัดเพชรบุรี
       - แม่น้ำปราณบุรี ต้นน้ำเกิดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

ลักษณะภูมิอากาศของภาคตะวันตก 

       ภาคตะวันตกมีอากาศแบบทุ่งหญ้าสะวันนา (Aw) คือมีอากาศร้อนชื้นสลับกับฤดูแล้ง มีฝนตกน้อยกว่าภาคอื่น เนื่องจากมีภูเขาสูงกั้นจึงเป็นพื้นที่อับฝน และอุณหภูมิในฤดูร้อนจะร้อนจัด ถ้าฤดูหนาวจะหนาวจัด กลางวันอุณหภูมิสูงและกลางคืนอุณหภูมิจะต่ำมาก ทำให้เกิดความแตกต่างกันมากเนื่องจากอยู่ในหุบเขา จังหวัดที่มีฝนตกน้อยที่สุดคือ จังหวัดตาก และจังหวัดที่มีฝนตกมากที่สุดคือ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ปัจจัยควบคุมอุณหภูมิภาคตะวันตก 

     1. ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกและอากาศหนาวเย็น
     2. การวางตัวของเทือกเขาถนนธงชัยและเทือกเขาตะนาวศรีในแนวเหนือ-ใต้ ทำให้มีอิทธิพลต่อสภาพอากาศของภาคตะวันตก คือ อากาศร้อนอบอ้าว และจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรีเป็นเขตที่อับลมฝน
     3. ได้รับอิทธิพลจากลมพายุดีเปรสชันทะเลจีนใต้ ทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี
     4. ลมพายุดีเปรสชันจากอ่าวเบงกอล ที่พัดผ่านเข้าสู่ประเทศพม่าและภาคตะวันตกของไทย เมื่อปะทะกับแนวเทือกเขาแต่ไม่มีบ่อยครั้ง 

ทรัพยากรธรรมชาติในภาคตะวันตก 

1. ทรัพยากรดิน 
ภาคตะวันตกพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขตภูเขาสูงและมีความลาดชัน ดินจึงมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำไม่เหมาะในการเพาะปลูก หรือมีสภาพเป็นดินทราย หรือดินที่เกิดจากการสลายตัวของหินที่เป็นกรด 
2. ทรัพยากรน้ำ 
ภาคตะวันตกมีน้ำน้อย เพราะอยู่ในเขตอับฝน แม่น้ำเป็นสายสั้น ๆ และมีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก , เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี , เขื่อนปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี , เขื่อนเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี , เขื่อนวชิราลงกรณ์ จังหวัดกาญจนบุรี 
3. ทรัพยากรป่าไม้ 
ภาคตะวันตกมีพื้นที่ป่าไม้มากเป็นอันดับ 2 รองจากภาคเหนือ พื้นที่ป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดคือ กาญจนบุรีและตาก 
4. ทรัพยากรแร่ธาตุ 
ภาคตะวันตกมีแร่ธาตุหลายชนิด ที่สำคัญได้แก่ ดีบุก ทังสเตน เหล็ก ฟลูออไรด์ ฟอสเฟต หินอ่อน แร่รัตนชาติมีพลอย ไพลินที่กาญจนบุรี หินน้ำมัน อยู่บริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 

1. การเพาะปลูก การปลูกพืชไร่ ได้แก่ อ้อย สับปะรด มันสำปะหลัง ปลูกมากที่จังหวัดกาญจนบุรี 
2. การเลี้ยงสัตว์ เป็นการเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นการค้าและอาหาร 
3. การทำป่าไม้ เคยมีป่าไม้มาก ปัจจุบันทำการค้าโดยสั่งซื้อจากประเทศพม่า 
4. การประมง มีการทำประมงน้ำเค็มและน้ำกร่อย 
5. การทำเหมืองแร่ ได้แก่ แร่ดีบุก วุลแฟรม ทังสเตน 
6. อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมสับปะรดกระป๋อง ผลิตน้ำตาล การปั้นโอ่งที่ราชบุรี และการท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวภาคตะวันตก

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ราชบุรี


                     ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เป็นตลาดน้ำเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศไทย และเป็นตลาดน้ำเพื่อการท่องเที่ยวในยุคแรกๆ ของไทยด้วย แต่ในอดีตคลองดำเนินสะดวกแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรจากราชบุรีสู่กรุงเทพฯ เท่านั้น ยังไม่ได้เป็นตลาดน้ำสำหรับการค้าขายสินค้า จนกระทั่งสมเด็นพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง-บุนนาค) สร้างคลองเสร็จ คลองดำเนินสะดวก จึงได้กลายมาเป็นเส้นทางการค้าขายขนาดใหญ่ของราชบุรี ตลอดเส้นทางจึงก่อเป็นตลาดสำหรับการค้าขายอยู่หลายแห่ง และในช่วงปี พ.ศ. 2510 ได้เริ่มมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ตลาดบริเวณคลองดำเนินสะดวกจึงใช้ชื่อตลาดน้ำดำเนินสะดวกตามชื่อคลอง

                     ปัจจุบันตลาดน้ำดำเนินสะดวก สามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างสะดวกสบายมีทางเดินเลียบคลองอย่างดี ตลอดวันจะมีชาวบ้านพายเรือมาขายสินค้ากันมาก ส่วนใหญ่เป็น อาหาร ผลไม้ ผัก ขนมหวาน และของที่ระลึก ส่วนบนบกก็ยังมีร้านค้า ร้านขายของฝากให้เดินเที่ยวชมคู่กัน

                    นอกจากช้อปชิมชิลแล้ว ตลาดน้ำดำเนินสะดวกยังมีเรือนำเที่ยวชมคลองด้วย ซึ่งภายในตลาดมีท่าเรือของชาวบ้านให้เลือกกันมากมาย ชอบที่ไหนใช้บริการได้ตามอัธยาศัย โดยมีเรือให้เลือกทั้งเรือพาย และเรือเครื่อง หากมาทั้งครอบครัวเหมาลำเที่ยวแบบส่วนตัวสะดวกสุด ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เที่ยวชมบรรยากาศสองฝั่งคลองดำเนินสะดวก ลัดเลาะคลองเล็กคลองน้อยผ่านสวนชาวบ้าน และปิดท้ายด้วยการไปเที่ยวชมการทำน้ำตาลสด น้ำตาลปึกจากไร่ จากนั้นกลับสู่ท่าเรือในตลาดน้ำดำเนินสะดวก มื้อเที่ยงหาของอร่อยรับประทานกันต่อได้จากบริเวณตลาดน้ำ

                    ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เปิดให้เดินเที่ยวชมกันทุกวัน ตั้งแต่เช้าประมาณ 7.00 น. ถึงประมาณเที่ยงหรือสายๆ หน่อยตลาดก็จะเริ่มคนน้อยลง ช่วงสายๆ จะขับรถไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม กันต่อก็ได้ ระยะทางห่างกันเพียง 25 กม. เท่านั้น

                    ที่ตั้ง เป็นคลองที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง เริ่มตั้งแต่ประตูน้ำบางยาง แม่น้ำท่าจีน อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทสาคร ถึงประตูน้ำบางนกแขวก แม่น้ำแม่กลอง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนตลาดน้ำตั้งอยู่ทีอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

                     การเดินทาง จากกรุงเทพฯ โดยรถยนต์สามารถเดินทางมายังตลาดน้ำดำเนินสะดวก และตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ได้ 3 เส้นทาง

                    ใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านบางแค สวนสามพราน นครชัยศรี นครปฐม ผ่านกิโลเมตรที่ 83 ไม่ไกลถึงแยกบางแพ เลี้ยวซ้ายตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 325 อีกประมาณ 25 กิโลเมตร ข้ามสะพานธนะรัชต์ ไปราว 200 เมตร เจอทางแยกให้เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
                    ใช้ถนนธนบุรีปากท่อ (เส้นทางหมายเลข 35 ) ประมาณ 63 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาวิ่งไปตามเส้นทางหมายเลข 325 ผ่านตัวเมืองสมุทรสงครามราว 12 กิโลเมตร ทางเข้าตลาดน้ำจะอยู่ก่อนถึงสะพานธนะรัชต์ 200 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
จากสถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ ให้มุ่งหน้าทางทิศตะวันตก เลี้ยวขวาโดยใช้ถนนบรมราชชนนี (เส้นทางหมายเลข 338) เป็นหลัก ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ก่อนจะเบี่ยงซ้ายเพื่อเปลี่ยนเส้นทางมาใช้หมายเลข 325 เพื่อกลับรถข้ามสะพานธนะรัชต์แล้ววิ่งตรงไปอีกประมาณ 200 เมตร แล้วแยกขวาไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีกครั้งเมื่อถึงไฟแดง ก็จะพบกับตลาดน้ำดำเนินสะดวก
                    โดยรถประจำทาง มีรถสายกรุงเทพฯ –ดำเนินสะดวก ออกจากสถานีขนส่งสายใต้บนถนนบรมราชชนนี ตั้งแต่ 5.00 น. โดยใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมง เพื่อมาถึงยังเชิงสะพานธนะรัชต์ จากนั้นต่อรถสองแถวจากตลาดตรงเชิงสะพาน เข้าไปยังตลาดน้ำอีกราว 1 กิโลเมตร


                    โดยรถตู้ มีรถตู้สายกรุงเทพ-ดำเนินสะดวก  รอให้บริการบริเวณอนุสาวรีย์ชัย ดดยจะมาสิ้นสุดเส้นทางที่ตัวอำเภอ
                     ฤดูท่องเที่ยว เปิดทุกวัน เหมาะที่จะเที่ยวตั้งแต่เวลา 7.00-12.00 น. หลังจากนั้นตลาดจะวาย
                     สิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากร้านอาหาร และร้านค้าริมคลอง แล้วอีกอย่างหนึ่งจุดเด่นของที่นี่คือ มีพ่อค้าแม่ค้ามากมายที่หมั่นภายเรือแวะเวียนมาขายทั้งอาหาร ผลไม้ รวมถึงงานหัตถกรรม นอกจากนี้ยังมีบริการเรือนำเที่ยว พานักท่องเที่ยวชมสวนผลไม้ และวิถีชีวิตริมฝั่งคลอง โดยมีค่าบริการ 400 บาท สำหรับเรือพาย และ 600 บาท สำหรับเรือหางยาวซึ่งนั่งได้ประมาณ 6-8 คน เพิ่มเติมอีกหนึ่งกิจกรรมคือ บริการนั่งช้างชมตลาดน้ำดำเนินสะดวก โดยคุณสามารถ สามารถ
                     ศูนย์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอำเภอดำเนินสะดวก โทร. 032 241 023, 032 346 161


สวนไทรโยค  กาญจนบุรี



จุดนัดพบของคนรักธรรมชาติ และกิจกรรมสนุก

                   รีสอร์ทริมแม่น้ำแควน้อยแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีของเหล่านักท่องเที่ยวที่หลงไหลการพักผ่อนในไทรโยค เพราะพื้นที่ของรีสอร์ทตั้งขนานไปกับทิวทัศน์อันงดงามของแม่น้ำแควน้อย และเส้นทางรถไฟสายมรณะอันโด่งดัง การพักผ่อนในรีสอร์ทแห่งนี้จึงได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของไทรโยคได้อย่างเต็มอิ่ม นอกจากนี้ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมสนุกให้สัมผัสความสนุกกับสายน้ำอีกมากมาย ฝนนี้มาเยือนสวนไทรโยคจึงสนุกกับสายน้ำ ประวัติศาสตร์ และกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างดีที่สุด


                  หลังนำสัมภาระเข้าห้องพักในสวนไทรโยคเรียบร้อยแล้ว หากชอบท่องธรรมชาติสวนไทรโยคพร้อมพาคุณไปล่องแพแม่น้ำแควน้อยกัน โปรแกรมสวนไทรโยคเป็นผู้บุกเบิกเป็นเจ้าแรกของกาญจนบุรี กิจกรรมนี้สามารถเริ่มต้นการล่องแพได้จากบริเวณรีสอร์ท จากนั้นจะล่องแพทวนน้ำไปประมาณ 2 กิโลเมตร เมื่อถึงจุดปล่อยแพทางรีสอร์ทจะให้นักท่องเที่ยวสวมเสื้อชูชีพ และกระโดดลงแม่น้ำเพื่อลอยคอกลับมาขึ้นฝั่งกันบริเวณรีสอร์ท ช่วงบ่ายหลังเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเรียบร้อยไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของไทรโยคกันต่อ ได้แก่ เส้นทางรถไฟสายมรณะ และถ้ำกระแซ โดยทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใกล้กับรีสอร์ทสามารถเดินไปเที่ยวได้อย่างสะดวก เส้นทางรถไฟสายมรณะนับเป็นสิ่งก่อสร้างที่คร่าชีวิตเฉลยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่น้อยไปกว่าสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพราะเส้นทางในช่วงอำเภอไทรโยคมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน และติดกับแม่น้ำ ทำให้การก่อสร้างทางรถไฟยากลำบากต้องก่อสร้างเส้นทางให้คดโค้งไปตามหน้าผา จึงทำให้เส้นทางในช่วงนี้ได้ถูกเรียกขนานนามว่า เส้นทางมรณะ หรือโค้งมรณะนั่นเอง สำหรับถ้ำกระแซ ในอดีตเคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อครั้งสร้างทางรถไฟสายมรณะ ในถ้ำโปร่งมองจากปากถ้ำมาที่ทางรถไฟจะเห็นทิวทัศน์สวยงาม เห็นแม่น้ำแควน้อยอยู่เบื้องล่าง

                  จากนั้นความสนุกของสวนไทรโยคยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ภายในรีสอร์ทยังมีกิจกรรมสนุกให้สัมผัสกันอีกมากมาย ที่ไม่ควรพลาดที่สุดก็คือ สวนไทรโยควอเตอร์ เอดเวนเจอร์ แอนด์ เจ็ทสกี เครื่องเล่นทางน้ำสุดมันส์ที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา โดยทางรีสอร์ทมีเครื่องเล่นรูปแบบต่างๆ ให้บริการความสนุกกันถึง 9 ชนิดเลยทีเดียว เช่น The Flying Train, The Krasae Swing, The Drasae Cliff

                  ที่ตั้ง อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

                  การเดินทาง จากตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (กาญจนบุรี-ทองผาภูมิ) ขับเลยแยกบ้านเก่าประมาณ 15 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปสะพานถ้ำกระแซ ข้ามทางรถไฟไปไม่ไกลเลี้ยวขวาขับตรงไปประมาณ 8 กิโลเมตร จะพบสวนไทรโยค รีสอร์ทรวมระยะทางห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี 40 กิโลเมตร

                  ฤดูท่องเที่ยว ตลอดปี

                 สิ่งอำนวยความสะดวก สวนไทรโยค รีสอร์ทท มีห้องพักให้บริการหลากหลายรูปแบบ รวมถึงร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ก็มีให้บริการอย่างครบครัน

                  สวนไทรโยค รีสอร์ท โทรศัพท์ 02 967 8181, 034 531 548

อ่านแหล่งท่องเที่ยวภาคตะวันตกได้ที่นี่ http://www.unseentravel.com/zone/5/1

2 ความคิดเห็น:

  1. อยากให้มีรูปการแต่งกาย คะ

    ตอบลบ
  2. ถ้ามีการเเต่งกายจะดีมากเพราะต้องทำรายงาน

    ตอบลบ